ข่าวประชาสัมพันธ์
เริ่มแสดง :: 2 มี.ค.63 ถึงวันที่ 31 มี.ค.63
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หัวข้อข่าว : [ทั่วไป] คลังความรู้ ประจำเดือนมีนาคม
 
     

  รู้เท่าทันผลกระทบของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน...เกษตรกรชาวสวนยางได้หรือเสีย ?




โดย อาจารย์ ดร.ปุรวิชญ์ พิทยาภินันท์  คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
              ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในนาม ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกในภูมิภาคอาเซียนรวม 10 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ไทย บรูไน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เมียนมาร์ ลาว เวียดนาม สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เป้าหมายของการรวมกลุ่มมี 4 ประการ คือ (1) การเป็นตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน (2) การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสมาชิกในตลาดโลก (3) การพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกให้เสมอภาค และ (4) การบูรณาการอาเซียนให้เข้ากับเศรษฐกิจโลก การรวมกลุ่มในรูปแบบดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดข้อจำกัดและอุปสรรคด้านการค้าและการลงทุนในกลุ่มประเทศสมาชิก รวมทั้งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้าที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าเกษตรในตลาดโลกให้สูงขึ้น อย่างไรก็ตามด้วยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และสภาพภูมิอากาศที่แทบจะไม่เห็นถึงความแตกต่างในกลุ่มประเทศสมาชิก ทำให้สินค้าเกษตรที่ประเทศสมาชิกสามารถผลิตได้มีความคล้ายคลึงกัน เช่น ข้าว ปาล์มน้ำมัน ยางพารา

ยางพาราเป็นสินค้าเกษตรที่ประเทศมาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย รวมถึงไทยสามารถผลิตเป็นสินค้าส่งออกได้ โดยประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกยางพารามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามผลผลิตยางพาราที่ส่งออกโดยส่วนใหญ่ของประเทศไทยอยู่ในรูปของสินค้าขั้นกลาง กอปรกับเกษตรกรชาวสวนยางภายในประเทศส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยที่มีสวนยางพาราขนาดเล็ก ดังนั้นการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของประเทศไทยน่าจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนยางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เกษตรกรชาวสวนยางจะต้องรับรู้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของประเทศไทย และเป็นที่มาของการวิจัยในครั้งนี้ซึ่งทำการศึกษาการรับรู้ผลกระทบของเกษตรกรชาวสวนยางพาราจากการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยใช้จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่วิจัย เนื่องจากสงขลาเป็นจังหวัดที่มีผลผลิตยางพารามากเป็นอันดับที่สองของภาคใต้และของประเทศรองจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมทั้งมีความเชื่อมโยงของโซ่อุปทานยางพาราทั้งระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตลอดจนมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซียผ่านด่านศุลกากรสะเดาและด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone หรือ SEZ) สำหรับรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

 

ผลการสำรวจเกษตรกรชาวสวนยางในจังหวัดสงขลาจำนวน 400 ราย (1 ครัวเรือนต่อตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยาง 1 ราย) พบว่า เกษตรกรชาวสวนยางรับรู้ว่าจะได้รับผลกระทบจากการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนโดยภาพรวมในระดับปานกลาง เมื่อจำแนกผลกระทบเป็น 2 ประเภท พบว่า เกษตรกรชาวสวนยางรับรู้ว่าจะได้รับผลกระทบทางตรงโดยภาพรวมในระดับปานกลาง และผลกระทบทางอ้อมโดยภาพรวมในระดับมาก เมื่อพิจารณาผลกระทบทางตรงเป็นรายประเด็นพบว่า เกษตรกรชาวสวนยางที่รับรู้ว่า การเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะส่งผลกระทบทางบวกต่อรายได้จากการขายผลผลิตยางพารา คือ ทำให้รายได้จากการขายผลผลิตยางพาราเพิ่มขึ้น มีจำนวนมากกว่าเกษตรกรชาวสวนยางที่รับรู้ว่าจะส่งผลกระทบทางลบ โดยคาดว่าจะส่งผลกระทบในระดับปานกลาง สำหรับประเด็นราคาผลผลิตยางพาราพบว่า เกษตรกรชาวสวนยางที่รับรู้ว่า การเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะส่งผลกระทบทางบวก คือ ทำให้ราคาผลผลิตยางพาราเพิ่มขึ้น มีจำนวนมากกว่าเกษตรกรชาวสวนยางที่รับรู้ว่าจะส่งผลกระทบทางลบ โดยคาดว่าจะส่งผลกระทบในระดับปานกลาง (ภาพที่ 1)

ภาพที่ 1 การรับรู้ผลกระทบทางตรงของเกษตรกรชาวสวนยางจากการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในพื้นที่วิจัย

 

เกษตรกรชาวสวนยางที่รับรู้ว่า การเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะส่งผลกระทบทางลบต่อแรงงานในการทำสวนยางพารา คือ ทำให้แรงงานเคลื่อนย้าย/อพยพไปทำงานนอกพื้นที่มากขึ้น และทำให้จำนวนแรงงานในการทำสวนยางพารามีไม่เพียงพอ มีจำนวนมากกว่าเกษตรกรชาวสวนยางที่รับรู้ว่าจะส่งผลกระทบทางบวก โดยคาดว่าจะส่งผลกระทบในระดับปานกลาง เช่นเดียวกับประเด็นค่าจ้างแรงงานในการทำสวนยางพาราซึ่งพบว่า เกษตรกรชาวสวนยางที่รับรู้ว่า การเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะส่งผลกระทบทางลบ คือ ทำให้ค่าจ้างแรงงานในการทำสวนยางพาราเพิ่มขึ้น มีจำนวนมากกว่าเกษตรกรชาวสวนยางที่รับรู้ว่าจะส่งผลกระทบทางบวก โดยคาดว่าจะส่งผลกระทบในระดับปานกลาง สำหรับประเด็นต้นทุนวัสดุที่ใช้ในการทำสวนยางพารา เช่น ปุ๋ย สารเคมี พบว่า เกษตรกรชาวสวนยางที่รับรู้ว่า การเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะส่งผลกระทบทางลบ คือ ทำให้ต้นทุนวัสดุที่ใช้ในสวนยางพาราเพิ่มขึ้น มีจำนวนมากกว่าเกษตรกรชาวสวนยางที่รับรู้ว่าจะส่งผลกระทบทางบวก โดยคาดว่าจะส่งผลกระทบในระดับมาก

เมื่อพิจารณาผลกระทบทางอ้อมเป็นรายประเด็นพบว่า เกษตรกรชาวสวนยางที่รับรู้ว่า การเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะส่งผลกระทบทางบวกต่ออำนาจในการต่อรองราคากับผู้รับซื้อผลผลิตยางพารา คือ ทำให้อำนาจในการต่อรองราคากับผู้รับซื้อผลผลิตยางพาราเพิ่มขึ้น มีจำนวนมากกว่าเกษตรกรชาวสวนยางที่รับรู้ว่าจะส่งผลกระทบทางลบ โดยคาดว่าจะส่งผลกระทบในระดับปานกลาง ในส่วนการแข่งขันพบว่า เกษตรกรชาวสวนยางที่รับรู้ว่า การเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะส่งผลกระทบทางบวกต่อการแข่งขันในการผลิตผลิตภัณฑ์ยางพารา และความสามารถในการแข่งขันด้านยางพาราของประเทศ คือ ทำให้การแข่งขันในการผลิตผลิตภัณฑ์ยางพาราลดลง และความสามารถในการแข่งขันด้านยางพาราของประเทศเพิ่มขึ้น มีจำนวนมากกว่าเกษตรกรชาวสวนยางที่รับรู้ว่าจะส่งผลกระทบทางลบ โดยคาดว่าจะส่งผลกระทบในระดับมาก (ภาพที่ 2)


ภาพที่ 2 การรับรู้ผลกระทบทางอ้อมของเกษตรกรชาวสวนยางจากการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในพื้นที่วิจัย

             ในมุมมองของเกษตรกรชาวสวนยาง การเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของประทศไทยส่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบ ตัวอย่างเช่น ผลกระทบทางบวกในเรื่องการลดอุปสรรคทั้งที่เป็นภาษีและมิใช่ภาษี ซึ่งทำให้การส่งออกยางพาราไปขายยังตลาดอาเซียนมีความสะดวกมากขึ้น แต่ในส่วนการผลิตยางพาราของเกษตรกรชาวสวนยางอาจได้รับผลกระทบทางลบ เพราะแรงงานมีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากขึ้น โดยแรงงานสามารถเคลื่อนย้ายไปทำงานนอกพื้นที่ หรือนอกภาคการเกษตร หรืออาจอพยพไปทำงานในกลุ่มประเทศสมาชิกที่ให้ค่าจ้างสูงกว่า ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการทำสวนยางพาราตามมา ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางต้องจ้างแรงงานจากภายนอกด้วยค่าจ้างที่สูงขึ้น อันเป็นผลให้เกษตรกรชาวสวนยางต้องรับภาระต้นทุนการผลิตยางพาราที่เพิ่มขึ้น

การวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนดังนี้

1. มาตรการสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางเพื่อแสวงหาโอกาสจากการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลา โดยการส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางมีการแปรรูป หรือเพิ่มมูลค่าผลผลิตยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด

2. มาตรการส่งเสริมความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง โดยการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อที่เกษตรกรชาวสวนยางสามารถเข้าถึงได้ง่าย และใช้ภาษาที่เกษตรกรชาวสวนยางสามารถเข้าใจได้ง่าย รวมถึงการสอดแทรกเรื่องดังกล่าวเมื่อมีการจัดอบรมในเรื่องต่าง ๆ ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง

3. มาตรการส่งเสริมความหลากหลายของกิจกรรมการผลิตทางการเกษตรในระบบการผลิตยางพารา เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางมีภูมิคุ้มกันเมื่อประสบกับภาวะราคายางพาราตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการปลูกพืชร่วมยาง หรือการเลี้ยงสัตว์ในสวนยางพารา ทั้งนี้ควรมีการศึกษารูปแบบที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ และจัดอบรมเกี่ยวกับระบบการผลิตยางพาราที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันแก่เกษตรกรชาวสวนยาง รวมถึงการแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดรับกับมาตรการนี้

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้จากบทความวิจัยเรื่องผลกระทบของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกับการรับรู้ของเกษตรกรชาวสวนยาง: ข้อค้นพบจากพื้นที่ปลูกยางพาราเมืองสองทะเล ซึ่งเผยแพร่ในวารสารเศรษฐศาสตร์และกลยุทธ์การจัดการปีที่ 6 ฉบับที่ 2 หน้า 19–38